โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

 

 

เอื้องเสือโคร่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Staurochilus fasciatus (Rchb. f.) Ridl
ชื่อเรียกอื่น : เอื้องลายเสือ
ชื่อวงศ์ : ORCHIDACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น : ต้น กล้วยไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นตรงหรือทอดเอนจนถึงห้อยลง ลำต้นกลมแข็ง ยาวได้ถึง 60 ซม. หรือมากกว่านี้ เส้นผ่านศูนย์กลางต้นประมาณ 1 ซม. รากใหญ่แข็งและยาวออกตามข้อ
ใบ : ขนาด 12-15 2-2.5 ซม. ปลายหยักมน เรียงตัวสลับซ้ายขวา เว้นระยะห่างกัน 2-5 ซม.
ดอก : ช่อดอกยาว 15-25 ซม. ดอกในช่อโปร่ง ขนาดประมาณ 4 ซม. ออกดอก ก.พ.- เม.ย.
การปลูกใช้กระถางไม้ ใช้ถ่านเป็นเครื่องปลูก หรือ เกาะกับขอนไม้หรือเกาะกับต้นไม้ ชอบแสงแดดจัดใช้สแลนพรางแสง 50% หรือเกาะกับต้นไม้สามารถโดนแสงแดดช่วงบ่ายได้

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เอื้องไอยเรศ
เป็นกล้วยไม้ในประเทศไทยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhynchostylis retusa (L.) Blume
มีลักษณะมีลำต้นใหญ่แข็งแรงคล้ายกล้วยไม้ช้าง แต่ใบยาวกว่าและแคบกว่า ใบยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร มีทางสีเขียวแก่สลับกับสีเขียวอ่อนตามความยาวของใบคล้ายกล้วยไม้ช้าง ปลายใบมีลักษณะเป็นฟันแหลมไม่เท่ากัน
ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก โค้งห้อยลง ยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ก้านช่อยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ในหนึ่งช่อมีดอกประมาณ 150 ดอก มากกว่ากล้วยไม้ช้าง รูปร่างลักษณะของช่อดอกที่ยาวเป็นรูปทรงกระบอกคล้ายกับลักษณะของพวงมาลัย จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พวงมาลัย”
สีพื้นของกลีบนอกและกลีบในของดอกเป็นสีขาว มีจุดสีม่วงประปราย เดือยดอกมีสีม่วงอ่อน แผ่นปากมีลักษณะโค้งขึ้นบนแล้วยื่นไปข้างหน้า มีแต้มสีม่วงตรงกลางแผ่นปากส่วนโคนและปลายสุดแผ่นปากเป็นสีขาว ปลายแผ่นปากเว้า เส้าเกสรเห็นชัด ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์
ฤดูกาลออกดอกอยู่ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย